Weight Management

 

1. Apple Extract (สารสกัดจากแอปเปิ้ล)

2. Cactus Extract (สารสกัดกระบองเพชร)

3. Capsicum Extract (สารสกัดจากพริก)

4. Chitosan (ไคโตซาน)

5. L-Carnitine

6. Molocil Extract (สารสกัดจากส้มสีแดง)

 

 

 

Apple Extract (สารสกัดจากแอปเปิ้ล)

 

        เส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ซึ่งจะไปคอยดักจับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

แอปเปิ้ล อุดมไปด้วยสารสำคัญอย่าง เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ซึ่งจะไปคอยดักจับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ที่ได้จากการย่อยสลายไขมันเพื่อนำไปกำจัดออกจากร่างกาย และยังสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วย

สารสกัดจากแอปเปิ้ล อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่มีคุณภาพ ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดจึงทำให้รู้สึกอิ่มนาน และช่วยลดความอยากอาหาร นอกจากนั้นยังประกอบด้วยสารไฟโตเคมิคอล ซึ่งช่วยลดการสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องและรอบเอว (Belly Fat Deposit) คุณสมบัติในการล้างพิษเส้นใยธรรมชาติที่มีคุณสมบัติดูดซับโคเลสเตอรอล และช่วยในการชะล้างขับถ่ายพิษจากลำไส้ เพิ่มการขับออกของโลหะหนัก ตะกั่วปรอท ป้องกันการเกิดอาการเป็นพิษจากสารตะกั่วช่วยดูดซับรังสีที่เป็นพิษต่อร่างกายป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีสร้างสมดุลน้ำตาลในเลือดลดอัตราการเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง

สารสกัดจากแอปเปิ้ล ที่ประกอบไปด้วยผลไม้ต่างๆ เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป เป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่า เพื่อให้เซลล์ผิวใหม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวสวย เปล่งประกายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินนาๆ ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อผิว ช่วยให้ผิวกระจางใส ลดความแห้งกร้านของผิว เพิ่มความนุ่มชุ่มชื้น และยังมีต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

ประโยชน์หลักๆ ของเค้าคือ ต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว พร้อมทั้งเสริมสร้างอิลาสติน และคอลลาเจน ที่ดีต่อสุขภาพผิว ทำให้ผิวเด้ง นุ่ม ชุ่มชิ้น และผิวยืดหยุ่นเหมือนผิวเด็กอีกด้วย

 

สรรพคุณ และประโยชน์ของ สารสกัดจากแอปเปิ้ล (Apple Extract)
 

  • ควบคุมความหิว/อยากอาหาร
  • ดักจับไขมัน (Block)
  • บล็อกการดูดซึมของไขมัน
  • ขัดขวางการเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสม
  • ลดระดับคอเลสเตอรอล
  • ขจัดไขมันเลว(LDL)ออกจากร่างกาย
  • มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงมากกว่า Grape Seed Extract 6 เท่า

 

 

Cactus Extract สารสกัด กระบองเพชร

  • สารกลุ่มFlavonoids ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งการทำลายเซลล์จากกระบวนการเมตาบอลิซึม ลดและป้องกันโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยชะลอความแก่ ชะลอการเหี่ยวย่นของผิวหนัง
  • สารกลุ่มPolysaccharides ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ยับยั้งเชื้อไวรัส และลดปริมาณไขมันในเลือด
  • ใยอาหารคุณภาพสูง ชนิดละลายน้ำ จะสร้างเจลที่จะไปดักจับเอนไซม์ไลเปสไม่ให้ไปทำการย่อยและดูดซึมไขมันที่บริเวญลำไส้อ่อน โดยไขมันที่ไม่ถูกย่อยนี้จะถูกขับถ่ายออกมาในรูปกากอาหาร ทำให้ช่วยลดการสะสมไขมันในร่างกายและช่วยดึงไขมันเก่ามาเผาผลาญ
  • ใยอาหารคุณภาพสูง ชนิดไม่ละลายน้ำ ช่วยดูดซับน้ำได้ดีลดความอยากอาหารลงอย่างเห็นได้ชัด ช่วยดักจับไขมันที่บริเวณกระเพาะ ช่วยระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น ป้องกันการเกิดโรคริดสีดวง
  • สารสกัดกระบองเพชร ยังช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

 

ประโยชน์ของ Cactus Extract สารสกัดกระบองเพชร

คือสารสกัดจากต้น กระบองเพชร Cactus ช่วยลดความอยากอาหารควบคุมน้ำหนักมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยประโยชน์นี้นักวิจัยและนักโภชนาการจึงได้พัฒนาคิดค้นด้านสายพันธุ์และทำ การวิจัยคิดค้นมากมายจนพบว่า กระบองเพชรอุดมด้วยคุณค่าสารอาหารมากมาย ที่มีประโยชน์ในการลดน้ำหนัก ลดไขมัน และ โคเลสเตอรอล ลดระดับน้ำตาล และ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ด้วย

มี คุณสมบัติ เป็นใยอาหาร 2 ชนิด คือ ใยอาหารประเภทละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ มีความสามารถในการจับตัวกับไขมันและสร้างเจลพิเศษ ที่มีคุณสมบัติสูงสามารถป้องกัน การย่อยสลาย และดูดซึมไขมัน จึงไม่เกิดการย่อยและการดูดซึมไขมัน ทำให้ไขมันจำนวนหนึ่ง ที่ไม่ถูกดูดซึม จะถูกส่งผ่านและขับถ่ายออก ทางลำไส้ใหญ่ มีงานวิจัยที่ศึกษาในมนุษย์ พบว่า การรับประทานสารสกัดจากกระบองเพชร Opuntia ficus indica ในปริมาณ 1.6 กรัมต่อ มื้ออาหาร สามารถลดระดับไขมันในเลือด และไตรกลีเซอร์ไรด์ได้จริง ส่งผลทำให้ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจลดลง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยว่า เจล ที่สร้างจากสารสกัดจากกระบองเพชร  สามารถเคลือบกระเพาะอาหาร และป้องกันแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

สารสกัดจากกระบองเพชร Cactus Extract ยังอุดมด้วยเส้นใยคุณภาพสูง ลดความอยากอาหาร อิ่มนาน ไม่หิวบ่อย ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด อุ้มน้ำได้ดี ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ป้องกันโรคริดสีดวง

 

 

Capsicum (สารสกัดจากพริก)

คุณลักษณะเด่นของพริก คือ ความเผ็ด ซึ่งเกิดจากสารที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในพริก ที่มีชื่อว่า แคพไซซิน (capsaicin) ที่   พบอยู่ในบริเวณรก (placenta) ของผล หน่วยวัดความเผ็ดของพริก วัดระดับได้ด้วย Scoville Heat Unit

ผลิตภัณฑ์จากพริก

พริกเป็นวัตถุดิบเพื่อนำมาแปรรูป (food processing) เพื่อการถนอมอาหาร และเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย   ได้แก่ พริกแห้ง พริกป่น ซอสพริก พริกดอง (pickle) น้ำจิ้มไก่ น้ำพริกแกง ปาปริกา (paprika) โอลีโอเรซิน (oleoresin)

สรรพคุณของพริก

สารแคพไซซินในพริกทำให้เจริญอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น แก้หวัด ขับลม ช่วยสูบฉีดโลหิต ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ บำรุงธาตุ ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น พริก ยังมีสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ (pro-vitamin A) และวิตามินซี (vitamin C) สูงซึ่งเป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

 

ประโยชน์ของพริก

  1. พริกมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย
  2. ช่วยให้อารมณ์ดี ทำให้ร่างกายสร้างสาร Endorphin (สารแห่งความสุข)
  3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น
  4. วิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย
  5. ช่วยในการบำรุงและรักษาสายตา
  6. ช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหารยิ่งขึ้น
  7. สารแคปไซซินช่วยให้เกิดอาการตื่นตัวของร่างกาย
  8. ช่วยในการดีท็อกซ์ของร่างกาย
  9. พริกช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด ลดน้ำมูก และลดเสมหะ
  10. ช่วยบรรเทาอาการไอ
  1. ช่วยลดสารที่มากีดขวางระบบทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากการเป็นไข้หวัด ไซนัส หรือโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ
  2. ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน
  3. ช่วยให้หายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น
  4. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง และความเผ็ดของพริกมีส่วนช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้
  5. ช่วยลดปริมาณสารคอเลสเตอรอลในร่างกาย ทำให้ปริมาณของไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดลดลง
  6. ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด เส้นเลือดสมองอุดตัน
  7. ช่วยในการสลายลิ่มเลือด
  8. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจล้มเหลว
  9. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดให้ดียิ่งขึ้น
  10. ช่วยลดความดันโลหิต
  11. ช่วยเสริมสร้างผนังหลอดเลือดให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มการยึดตัวของผนังหลอดเลือด
  12. ช่วยขยายเส้นโลหิตในลำไส้และกระเพาะอาหารเพื่อการดูดซึมอาหารที่ดีขึ้น
  13. สาร Capsaicin ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร
  14. ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสียและนำธาตุอาหารไปยังเนื้อเยื่อในร่างกาย
  15. ช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ขับแก๊สในกระเพาะ
  16. มีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะ
  17. ช่วยป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ในบริเวณจมูก ลำคอ ปอด เยื่อบุผนังช่องปาก
  18. ช่วยไม่ให้เมือกเสีย ๆ มาจับตัวกันภายในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วย
  19. ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดต่าง ๆ เช่น อาการปวดฟัน เจ็บคอ การอักเสบของผิวหนัง อาการปวดศีรษะ ปวดเส้นเอ็น โรคเกาต์ ข้อต่ออักเสบ เป็นต้น
  20. พริกช่วยกระตุ้นให้อยากอาหารมากขึ้น
  21. ใช้ในการประกอบอาหาร ปรุงแต่งอาหาร
  22. นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ เช่น พริกแห้ง พริกป่น พริกดอง ซอสพริก เครื่องแกง น้ำพริกต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ยารักษาโรค
  23. รวมไปถึงอาวุธป้องกันตัวอย่างสเปรย์พริกไทย (ไม่ถือว่าเป็นอาวุธร้ายแรง)
  24. ในด้านการแพทย์แผนจีนนำสารนี้มาใช้ประโยชน์เพื่อบำรุงพลังหยาง
  25. ในด้านการแพทย์ได้มีการสกัดเอาสารแคปไซซินในพริกออกมาในรูปแบบครีมหรือเจล ใช้ทาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดที่ผิวหนัง เช่น ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก งูสวัด เป็นต้น
  26. ในด้านความงามจะใช้สารสกัดจากแคปไซซินมาสกัดเป็นเจลเพื่อใช้ในการนวดลดเซลลูไลต์ สลายไขมัน

 

 

 

Chitosan (ไคโตซาน)

 

ไคโตซานก็คือ สารที่ชอบไขมัน (Lipophiline) ซึ่งแปลกแตกต่างจากสารอื่นๆทั่วไปที่จะเป็นสารที่ชอบน้ำ (Hydrophilic) เนื่องจากไคโตซานเป็นโพลีเมอร์ที่มีประจุบวก จึงสามารถดูดจับไขมันทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลไกและวิธีการดูดจับดังกล่าว จะเป็นการจับไขมันที่รับประทานเข้าไป ทำให้ไม่สามารถถูกย่อยหรือดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ แต่ท้ายสุดจะถูกขับถ่ายออกจากร่างกายพร้อมกับไคโตซาน แล้วในส่วนของการควบคุม ก็สามารถช่วยควบคุมระดับ คอเลสเตอรอลได้ โดย Chitosan จะดูดซับคอเลสเตอรอล และควบคุมการดูดซึมไขมันภายในลำไส้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย พร้อมไปกับการช่วยลดไขมันในส่วนที่ไม่ดี และเพิ่มปริมาณของไขมันในส่วนที่ดีเข้าสู่ร่างกายได้อีกด้วย

 

กลไกการทำงานของไคโตซาน

  1. ดูดจับไขมันทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การจับไขมันที่รับประทานเข้าไป ไม่ให้ถูกย่อยหรือดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
  3.  ควบคุมระดับ คอเลสเตอรอล
  4.  ดูดซึมไขมันภายในลำไส้
  5. ดไขมันในส่วนที่ไม่ดี และเพิ่มปริมาณของไขมันในส่วนที่ดีเข้าสู่ร่างกาย

 

ประโยชน์ / สรรพคุณ ของไคโตซาน

• ด้านอาหาร ไคโตซานมีสมบัติในการต่อต้านจุลินทรีย์และเชื้อราบางชนิด โดยมีกลไกคือไคโตซานมีประจุบวก สามารถจับกับเซลล์เมมเบรนของจุลินทรีย์ที่มีประจุลบได้ ทำให้เกิดการรั่วไหลของโปรตีนและสารอื่นของเซลล์ ในหลายประเทศได้ขึ้นทะเบียนไคตินและไคโตซานให้เป็นสารที่ใช้เติมในอาหารได้ โดยนำไปใช้เป็นสารกัดบูด สารช่วยรักษา กลิ่น รส และสารให้ความข้น ใช้เป็นสารเคลือบอาหาร ผัก และผลไม้ เพื่อรักษาความสดหรือผลิตในรูปฟิล์มที่รับประทานได้ (edible film) สำหรับบรรจุอาหาร• ด้านการแพทย์ ไคตินเป็นสารที่ไม่ก่อให้เกิดการต่อต้านจากร่างกาย เนื่องจากไคติน-ไคโตซาน เป็นสารที่ได้จากธรรมชาติสามารถเข้าได้รับร่างกายมนุษย์ ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย ทั้งยังช่วยส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อคนอีก ใช้ส่งเสริมการเจริญของแบคทีเรียในลำไส้ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ ต่อต้านมะเร็ง ช่วยลดสารพิษและยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่เป็นอันตราย จากการศึกษาในต่างประเทศ พบว่าสามารถย่อยสลายได้ภายในสัตว์ เนื่องจากมีเอนไซม์หลายชนิดสามารถย่อยสลายได้ นอกจากนี้ ไคติน – ไคโตซานยังสามารถยับยั้งการเจริญของจุลชีพบางชนิดด้วย
• ด้านอาหารเสริม ไคโตซานช่วยลดคอเลสเตอรอส และไขมันในเส้นเลือด โดยไคโตซานไปจับกับคอเลสเตอรอส ทำให้ร่างกาย

ไม่สามารถดูดซึมไปใช้หรือดูดซึมได้น้อยลง
• คุณสมบัติอื่น ที่เป็นประโยชน์ต่อการลดน้ำหนักตัวของไคโตซานก็คือ ความสามารถในการดูดน้ำได้ดีทำให้ผู้บริโภครู้สึกอิ่ม และความสามารถในการเกาะกับน้ำดีซึ่งถือเป็นตัวขนย้ายไขมันตัวหนึ่ง ทำให้ง่ายต่อการขับไขมันออกจากร่างกาย โดยไม่มีกาย่อยเกิดขึ้น เพราะเอนไซม์ในร่างกายของคนเราไม่สามารถย่อยไคโตซานได้ เรายังพบอีกว่าไคโตซานช่วยในการลดคอเลสเตอรอสในเลือด ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติในการจับกับน้ำดีของไคโตซาน เป็นหลักฐานอย่างดีในการศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของไคโตซานในโรคหัวใจ แม้ว่าไคโตซานจะรบกวยการย่อยและการดูดซึมโปรตีนเลย ไคโตซานถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการต่อไปนี้
• อ้วน
• โรคหัวใจ
• คอเลสเตอรอสสูง
• ป้องกันมะเร็ง
กลไกการทำงาน ในร่างกายมนุษย์ของไคโตซาน มีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่มากทำให้ไม่ถูกดูดซึม แต่จะถูกขับถ่ายออกมาก นอกจากการจับไขมันแล้ว ไคโตซานยังมีคุณสมบัติที่ช่วยจับพวกโลหะหนัก ซึ่งมากจากฝุ่นไอเสียรถยนต์ ยาฆ่าแมลง และ สีผสมอาหาร ได้เป็นอย่างดี วงการเภสัชกรรมจึงได้ใช้คุณสมบัติในการดักจับไขมันในทางเดินอาหารของไคโตซาน มาใช้ในการรับประทานเพื่อลดน้ำหนัก คอเลสเตอรอล และ ไตรกรีเซอร์ไรด์อย่างได้ผล 
ไขมันที่จับตัวกับไคโตซาน จะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต แต่จะถูกขับถ่ายออกมาพร้อมอุจจาระ ซึ่งหมายความว่า ไขมันในอาหารมื้ออร่อยปากที่เรารับประทานเข้าไป จะถูกดักจับเสียก่อน โดยไม่มีการดูดซึมเข้าร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับไขมันจากอาหารน้อยลง
ไคโตซานช่วยดักจับไขมันและช่วยลดน้ำหนัก ไคโตซานไม่ถูกย่อย เช่นเดียวกับเส้นใยทั้งหลาย จึงไม่ให้แคลอรี่ แต่ที่ต่างจากเส้นใยจากพืชทั่วไป คือ ไคโตซานสามารถดักจับไขมันได้สูง ประมาณ 8 – 10 เท่าของน้ำหนักตัวมันเอง กลายเป็นเหมือนก้อนวุ้นไขมันในทางเดินอาหาร และ ถูกขั
บถ่ายออกในที่สุด

 

 

Citrus Sinensis

 

ส้มสีแดง (Blood Orange หรือ Red Orange) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Citrus Sinensis มีถิ่นกำหนดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน พบครั้งแรกที่อิตาลี สเปน มีปลูกมากในแถบแคลิฟอร์เนีย อาทิ พันธ์เรดวาเลนเซีย รูบีบลัด ซานกิญโญ รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว มีสารแอนโธไซยานินและวิตามินซี ช่วยต่อต้านอนุมูลอินสระ ลดคอเลสเตอรอล และชะลอความเหี่ยวย่นของผิวพรรณ ทั้งมีใยอาหาร วิตามินเอ ธาตุเหล็ก และแคลเซียมอีกด้วย

มีคุณสมบัติสามารถช่วยลดผิวหมองคล้ำ และเพิ่มความสว่างสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดการอักเสบของผิว และลดผดผื่นที่เกิดจากแสงแดด ชะลอความเสื่อมโทรมของผิวที่เกิดจากแสงแดด และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ

ลดน้ำหนัก เบิร์นไขมัน

  • ช่วยเร่งการดึงไขมันเก่าไปเผาผลาญ
  • ยับยั้งการสะสมของไขมัน และ การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว
  • ช่วยลดน้ำหนัก ตัวดัชนีมวลกาย โดยเฉพาะบริเวณรอบเอว รอบสะโพก

เราจึงพบสารสกัดส้มสีแดงใส่ในอาหารเสริมลดน้ำหนักยุคใหม่แทบทุกยี่ห้อ

ผิวพรรณ ขาวใส

  • ช่วยลดผิวหมองคล้ำ และ เพิ่มความสว่างสดใสของผิวพรรณอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยลดการอักเสบของผิว และ ลดผื่นแดงจากการเผชิญแสงแดด
  • ชะลอความเสื่อมโทรมของผิวจากการโดนแสงแดด
  • สารสกัดจากส้มสีแดงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย อีกทั้งป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น

 

 

Citrus Aurantium (ซิตรัส ออเรนเทียม)

 

CITRUS AURANTIUM EXTRACT(สารสกัดจากส้ม) หรือเรียกอีกอย่างว่า บิทเทอร์ออเรนจ์ ได้มาจากผลดิบของพืชตระกูลส้ม ที่มีชื่อว่า “Citrus Aurantium” สารสกัดจากส้มจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด ประกอบด้วยสารที่สำคัญ อาทิเช่น Synephrine, Tyramine, Octopamine, Hordenine และ N-Methyltyramine สารที่สำคัญดังที่กล่าวไปนี้ จะทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญอาหารที่ได้รับประทานเข้าไป เผาผลาญแคลลอรี่ที่เกินความจำเป็น และเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ช่วยควบคุมและลดความอยากอาหารโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบการทำงานของหัวใจและระบบประสาทส่วนกลางอย่างแน่นอน

ประโยชน์ ของ สารสกัดจาก ซิตรัส ออเรนเทียม
1.Promote Fat loss
- Synephrine ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นอ่อนๆ ที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญอาหาร เผาผลาญแคลลอรี่ และเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย โดยไม่ก่อให้เกิดผล ข้างเคียงต่อระบบการทำงานของหัวใจและระบบประสาทส่วนกลาง
เนื่องจากมี เพียงตัวรับประสาท Beta-3 Receptors เท่านั้นที่ถูกกระตุ้น แต่ไม่กระทบถึงตัว รับประสาท Alpha และ Beta Receptors ที่เกี่ยวข้องกับอัตราการเต้นของหัวใจ
และความดันโลหิต จึงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบการทำงานของหัวใจ และระบบประสาทส่วนกลางแต่อย่างใด
2.Have an appetite suppressing effect
ช่วยลดอาการหิว/อยากอาหาร
3. Counteracts Weight gain 
กำจัดน้ำหนักส่วนเกิน Citrus aurantium จะช่วยเพิ่มขบวนการ Thermogenic effect ภายหลังจากการรับประทาน เพิ่มการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น 14.9%
4. Mood Enhancing
ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่า alkaloid ในสารสกัดจากซิตรัส ออเรนเทียม

 

 

Yeast Extract (สารสกัดจากยีสต์)

 

ยีสต์ มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์และแอลกอฮอล์ได้ โดยหลักการทำงานของยีสต์ หรือ "เบเกอร์ ยีสต์" (Baker yeast) ที่ใส่ให้ขนมปังฟู เนื่องมาจากยีสต์ที่ใส่ลงไปมีการใช้น้ำตาลในแป้งขนมปัง หรือที่เรียกกันว่า "โด้" (dough) เป็นอาหาร และระหว่างที่มันกินอาหารมันจะเกิดการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน สลายกลูโคสได้ adenosine triphosphate และคายแก็สคาร์บอนไดออกไซต์ออกมา และเมื่อเราเอาแป้งไปอบ ก๊าซที่มันคายออกมาก็ผุดขึ้นมาระหว่างเนื้อขนมปังทำให้เกิดรูพรุนจนฟูขึ้นมา

 

 

Green Tea Extract (สารสกัดจากชาเขียว)

 

ยีสต์ มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์และแอลกอฮอล์ได้ โดยหลักการทำงานของยีสต์ หรือ "เบเกอร์ ยีสต์" (Baker yeast) ที่ใส่ให้ขนมปังฟู เนื่องมาจากยีสต์ที่ใส่ลงไปมีการใช้น้ำตาลในแป้งขนมปัง หรือที่เรียกกันว่า "โด้" (dough) เป็นอาหาร และระหว่างที่มันกินอาหารมันจะเกิดการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน สลายกลูโคสได้ adenosine triphosphate และคายแก็สคาร์บอนไดออกไซต์ออกมา และเมื่อเราเอาแป้งไปอบ ก๊าซที่มันคายออกมาก็ผุดขึ้นมาระหว่างเนื้อขนมปังทำให้เกิดรูพรุนจนฟูขึ้นมา

 

กลไกการทำงานของสารสกัดจากชาเขียว

  • เพิ่มกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย
  • ไม่ส่งผลกระทบให้อัตราการเต้นของหัวใจ
  • เป็นอาหารควบคุมน้ำหนักได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
  • ต้านอนุมูลอิสระ
  • ลดปริมาณไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  • ป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน
  • ลดปริมาณ เลือดที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

 

ประโยชน์ของชาเขียว

1.ต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากมีสารแอนติออกซิแดนซ์ ที่ทรงพลังในปริมาณสูง สารแอนติออกซิแดนซ์นี้สามารถจับกับอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคหลายชนิด เช่น

 2.ป้องกันโรคมะเร็ง EGCG สามารถลดเปอร์เซนต์การก่อตัวเป็นมะเร็งได้ดีที่สุด นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า catechins มีบทบาทสำคัญ คือ ช่วยลดภาวะเป็นพิษของสารก่อมะเร็ง บางชนิดแทรกแซงกระบวนการเกาะยึดของสารก่อมะเร็งต่อ DNA ของเซลล์ปกติ สรรพคุณที่เป็นสารแอนติออกซิแดนซ์ที่ทรงพลัง เสริมการทำงานกับสารแอนติออกซิแดนซ์และ enzymes อื่นๆ และจำกัดการลุกลามของเซลล์เนื้องอก

3.ลดระดับไขมันในเลือด catechins สามารถลดปริมาณการเพิ่มขึ้นของระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดได้

 4.ลดระดับน้ำตาลในเลือด Catechins ในชาเขียวมีประสิทธิภาพในการจำกัดการทำงานของ amylase enzyme ทำให้ไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่ร่างกาย ผลทำให้น้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้น

 5.ช่วยลดน้ำหนัก ชาเขียวช่วยลดการเกิดไขมันส่วนเกิน และทำให้รู้สึกอิ่ม จึงทำให้การสะสมไขมันลดลง

 6.รักษาสุขภาพช่องปาก การเกิดฟันผุเป็นผลมาจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus mutans ในช่องปากทำปฏิกิริยากับน้ำตาล ได้เป็นสารกลูแคนมีลักษณะเหนียวข้น ไม่ละลายน้ำ เคลือบอยู่ที่ฟัน แล้วเชื้อจุลินทรีย์จะใช้กลูแคนนี้เป็นอาหาร ในระหว่างกระบวนการเมตาโบลิซึม เกิดการสร้างกรดซึ่งไปทำลายสารเคลือบฟันเป็นสาเหตุให้ฟันผุ แต่สาร catechins สามารถยั้บยั้งกระบวนการ ผลิตกลูแคนของเชื้อ S. mutans ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนอาจกล่าวได้ว่า การดื่มชาเขียวหลังมื้ออาหารสามารถป้องกันโรคฟันผุได้

 

 

 

Kionutium (ไคโอนูเที่ยม)ไคโตซานจากพืช)

              คุณสมบัติเด่นของไคโตซานจากพืชคือสามารถดักจับไขมันได้มากกว่าขนาดตัวมันเองถึง 800 เท่า อีกทั้งได้รับการรับรองจากงานวิจัยมากมายให้เป็นนวัตกรรมใหม่แห่งการดักจับไขมัน มีส่วนช่วยป้องกันการดูดซึมไขมันเข้าสู่ร่างกายและขับคอเลสเตอรอลรวมถึงไขมันส่วนเกินออกมาพร้อมการขับถ่าย

ไคโตซานจากพืชยังมีโมเลกุลที่เล็กมาก (<20kDa) ทำให้ผู้บริโภครับประทานก่อนอาหารเพียง 10 นาที ไม่จำเป็นต้องทานก่อนมื้ออาหาร 30 นาที เหมือนในผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักอื่นๆ

 

นอกจากนี้ไคโตซานแบบ Kionutrime-Bloc ใน Verena Sure มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าไคโตซานทั่วไปดังนี้

  • ผลิตจากพืช 100% (แพ้อาหารทะเลสามารถทานได้)
  • ไร้กลิ่นและรส
  • ไม่มีสารก่อภูมิแพ้
  • ปลอดภัย ไม่มีการตัดต่อพันธุกรรม (Safe and Non allergenic)
  • เหมาะสำหรับท่านที่ทานเจ มังสวิรัติ

 

 

L-carnitine

 

L-carnitine คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายผลิตขึ้นมาได้เอง ตับและไตจะสร้างสารชนิดนี้ขึ้นจากกรดไลซีน (Lysine) และกรดเมไธโอนีน (Methionine) แล้วเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย สมอง หัวใจ และอสุจิ มีหน้าที่ลำเลียงกรดไขมันไปยังเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงาน

การได้รับวิตามินซีในปริมาณเหมาะสมช่วยให้ร่างกายผลิต L-carnitine ได้เพียงพอกับความต้องการ ส่วนการกินเนื้อสัตว์หรือปลาซึ่งอุดมไปด้วย L-carnitine ก็อาจช่วยเพิ่มการได้รับสารอาหารชนิดนี้ในปริมาณเล็กน้อย ผู้ที่กินมังสวิรัติหรือกินเนื้อสัตว์น้อยจึงเสี่ยงได้รับ L-carnitine น้อยกว่าปกติ และจำเป็นต้องใช้อาหารเสริมชนิดนี้ทดแทน ซึ่งนอกจากประโยชน์ในด้านดังกล่าวแล้ว ยังมีการกล่าวอ้างสรรพคุณในการบำรุงและรักษาปัญหาสุขภาพด้านต่าง ๆ ของอาหารเสริม L-carnitine ดังนี้

ลดน้ำหนัก L-carnitine ได้ชื่อว่าเป็นอาหารเสริมช่วยลดน้ำหนัก เนื่องจากมีคุณสมบัติลำเลียงกรดไขมันเข้าไปในเซลล์ของร่างกายแล้วเผาผลาญเป็นพลังงาน ทำให้หลายคนเชื่อว่ากระบวนการดังกล่าวเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันและช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ นอกจากนี้ ยังปรากฏหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางชิ้นชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุที่ประสบภาวะอ้วนนั้นมีน้ำหนักตัวลดลงหลังกินอาหารเสริม L-carnitine และจากการทบทวนงานวิจัยที่ศึกษาในด้านนี้ พบว่าผู้ที่บริโภคอาหารเสริมดังกล่าวมีน้ำหนักตัวและดัชนีมวลกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้บริโภค

เสริมสร้างสมรรถภาพการออกกำลังกาย หลายคนเชื่อว่าการกินอาหารเสริม L-carnitine ก่อนออกกำลังกาย จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น งานวิจัยชิ้นหนึ่งจึงทดลองให้นักฟุตบอลกินอาหารเสริม L-carnitine ปริมาณ 3 กรัม หรือ 4 กรัม ก่อนเริ่มวิ่ง 8 กิโลเมตร/ชั่วโมง แล้วต่อด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตร/ชั่วโมง ผลปรากฏว่านักกีฬาทั้ง 2 กลุ่มต่างวิ่งได้อย่างยาวนานและต่อเนื่อง

นอกจากนี้ มีงานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่า L-carnitine อาจช่วยให้ร่างกายลำเลียงออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อและช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้มีอาการปวดเมื่อยและกล้ามเนื้อระบมหลังออกกำลังกายน้อยลง รวมทั้งช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ L-carnitine จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกายได้ แต่ก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ต่างจาก

 

การใช้อาหารเสริมชนิดอื่นอย่างคาเฟอีนหรือครีเอทีนที่ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพในการเล่นกีฬาได้โดยตรง ที่สำคัญ ผู้ป่วยโรคไตหรือผู้ที่เคยมีอาการชักมาก่อนควรเลี่ยงการใช้อาหารเสริมหรือเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีส่วนผสมของ L-carnitine เนื่องจากอาจส่งผลให้ผู้ป่วยโรคไตมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่วนผู้ที่เคยชักก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการชักขึ้นอีกได้

 

 

Molocil Extract (สารสกัดจากส้มสีแดง)

 

สารสกัดจากส้มสีแดง (Red Orange Complex) คือสารสกัดจากส้มสีแดง 3 สายพันธุ์จาก ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะที่ปลูกในแถบดินแดนทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้แก่ แอนโธไซยานิน (Anthocyanin),ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) กรดไฮดรอกซีซินนามิก (Hydroxycinnamic) และวิตามินซี (Ascorbic acid) ในปัจจุบันสารสกัดจากส้มสีแดงถูกพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ

 

ประโยชน์ที่ได้จาก (สารสกัดจากส้มสีแดง)

ลดน้ำหนัก เบิร์นไขมัน

  • ช่วยเร่งการดึงไขมันเก่าไปเผาผลาญ
  • ยับยั้งการสะสมของไขมัน และ การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว
  • ช่วยลดน้ำหนัก ตัวดัชนีมวลกาย โดยเฉพาะบริเวณรอบเอว รอบสะโพก

 

ผิวพรรณ ขาวใส

  • ช่วยลดผิวหมองคล้ำ และ เพิ่มความสว่างสดใสของผิวพรรณอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยลดการอักเสบของผิว และ ลดผื่นแดงจากการเผชิญแสงแดด
  • ชะลอความเสื่อมโทรมของผิวจากการโดนแสงแดด
  • สารสกัดจากส้มสีแดงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย อีกทั้งป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น